ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์รวมสินค้าไอที คอมประกอบ Notebook ผ่อน 0% ราคาดีที่ JIB

JIB News สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 32/2562

เผยแพร่ 17 กรกฎาคม 2569ผู้เข้าชม1

แชร์

JIB News สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 32/2562

 

 

 

อินเทลสร้าง "Quartz Canyon" หรือ NUC สำหรับเวิรค์สเตชัน เตรียมพร้อมสำหรับกราฟิก Intel Xe ในปี 2020

 

 

สัปดาห์ที่่ผ่านมามีข่าวหลุดแพลตฟอร์ม NUC รุ่นใหม่ของอินเทลออกมาถึงสองรุ่นคือ Phantom Canyon ซึ่งเป็นเกมมิ่งพีซีในแพลตฟอร์ม Small Form Factor (SFF) 
ที่เราคุ้นชินกันดี โดย Phantom Canyon นี้จะใช้ซีพียู Tiger Lake-U และมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดแยกอย่าง GTX 1660 Ti และ RTX 2060 ซึ่งก็น่าจะให้ประสิทธิภาพในแบบเดียวกันกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง เพราะเป็นแพลตฟอร์มขนาดเล็ก

 

 

 

แต่ NUC อีกรุ่นที่เราให้ความสนใจมากกว่าก็คือ "Quart Canyon" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่กว่า Phantom Canyon เพราะสามารถใส่การ์ดจอแยกในขนาดปกติขนาดสั้นแบบสองสล๊อตได้ โดย Quart Canyon นี้ใช้ซีพียู Xeon และ Core i7 แบบเดสก์ท็อปอีกด้วย แม้ในวันที่มีการสาธิตการทำงานทางอินเทลได้ติดตั้งการ์ดจอในตระกูล Quadro ไว้ แต่เมื่อถึงเวลาวางจำหน่ายจริงในปี 2020 เราคิดว่าการ์ดจอที่จะถูกนำมาโปรโมทพร้อมกับ Quart Canyon นี้จะต้องเป็น Intel Xe อย่างไม่ต้องสงสัยครับ และในปีหน้านี้เราก็จะได้เห็นสงครามกราฟิกจาก 3 ก๊กฮาร์ดแวร์ทั้ง AMD, NVIDIA และ INTEL สู้กันอย่างสนุกแน่นอนครับ

 

ผู้ผลิตการ์ดจอเริ่มเปิดตัว Radeon RX 5700 ซีรีส์แบบ Custom Design


สำหรับใครที่กำลังรอการ์ดจอ Radeon RX 5700 ซีรีส์ แบบ Custom Design อยู่ก็เตรียมเงินกันไว้ได้เลยครับ เพราะตอนนี้บรรดาผู้ผลิตการ์ดจอแบรนด์ดัง ๆ ต่างทยอยเปิดตัว Radeon RX 5700 และ RX 5700 XT ในรูปแบบของตนเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ASUS ROG STRIX, Sapphire Plus ที่เริ่มส่งให้กับสื่อ (ในต่างประเทศ) ได้ทดสอบแล้ว ส่วนทางด้าน MSI ก็เผยโฉมการ์ดในรูปแบบสองพัดลมและตัวเฟรมระบายความร้อนเป็นสีทองและ Backplate ที่เป็นสีทองอีกด้วย กำหนดอย่างเป็นทางการของเอเอ็มดีนั้นจะให้เริ่มวางขายการ์ดจอในแบบ Custom Design ได้พร้อมกันทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม เป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละแบรนด์และความพร้อมในการจัดจำหน่ายของในแต่ละประเทศด้วย ส่วนในประเทศไทยก็คิดว่าน่าจะพร้อมในช่วงสัปดาห์สุดทายของเดือนครับ

 

 

 

 

ซัมซุงเปิดตัวเซ็นเซอร์กล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซล สำหรับสมาร์ทโฟน


หลังจากเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่เป็นกระแสอย่าง Note 10/10+ ไปแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันทางซัมซุงก็ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเซนเซอร์กล้องสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความละเอียดสูงถึง 108 พิกเซล เพื่อใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นถัด ๆ ไป การพัฒนาครั้งนี้เป็นการต่อยอดมาจากเซนเซอร์เดิมที่มีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และความสำเร็จในการพัฒนาครั้งนี้ก็เป็นการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างซัมซุงและเซียวหมี่อีกด้วย ในการใช้งานจริงไฟลภาพที่ได้อาจจะไม่ได้เป็นไฟล์ขนาด 108 ล้านพิเซล แต่จำนวนพิกเซลที่มากมายนั้นจะช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และข้อมูลจากเซนเซอร์จำนวนมากก็จะช่วยให้มีข้อมูลมากพอที่จะนำข้อมูลภาพที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นภาพที่มีคุณภาพสูงต่อไปได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ทางซัมซุงยังให้ข้อมูลว่าด้วยความละเอียดในระดับนี้ทำให้สมาร์ทโฟนในอนาคตสามารถถ่ายวิดีโอในระดับ 6K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ได้อีกด้วย 

 

อินเทลเปิดตัวเครื่องหมาย "engineered for mobile performance" สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่


"engineered for mobile performance" เป็นเครื่องหมายการค้าล่าสุดที่อินเทลเพิ่งประกาศเปิดตัวมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของสติกเกอร์ที่ติดอยู่ในโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ โดยความสำคัญของสติกเกอร์นี้เป็นการบอกให้เราได้รู้ว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ใช้ซีพียูอินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชัน 10 (Ice Lake) ที่มาพร้อมกับความสามารถอื่น ๆ ที่มีเพิ่มเติมจากซีพียูรุ่นปกติ เช่นหน่วยประมวลผลด้าน AI, กราฟิกรุ่นใหม่ Gen11, ตัวเข้า/ถอดรหัสวิดีโอใหม่ที่รองรับในระดับ 4K HDR และการรองรับ Wi-Fi 6 (Gig+) ที่เป็นมาตรฐานใหม่ โดยโน้ตบุ๊กที่จะมาในกลุ่มแรกก็ได้แก่ Acer Swift 5, Dell XPS 13 (2 in 1), HP Envy 13 Wood Series และ Lenovo Yoga S940 Series

 

 

 

 

นักวิจัยด้านความปลอดภัยออกรายงานไดรเวอร์ส่วนใหญ่มีช่องโหว่แม้จะผ่านมาตรฐาน WHQL ของไมโครซอฟท์แล้วก็ตาม


Eclypsium บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยได้นำเสนอรายงานที่ชื่อ "SCREWED DRIVERS" ซึ่งไม่ได้ถึงไขควง แต่หมายถึงไดรเวอร์ที่ถูกเจาะเข้าไปได้ ในรายงานฉบับนี้ทาง Eclypsium ได้กล่าวว่ามีไดรเวอร์มากกว่า 40 ชุด จากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ 20 รายที่มีช่องโหว่ ที่ทำให้สามารถเจาะเข้าไปควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ได้ และที่น่าหนักใจไปกว่านั้นก็คือไดรเวอร์เหล่านี้เป็นรุ่นที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากไมโครซอฟท์ (WHQL) แล้วอีกด้วย โดยรายชื่อที่ประกาศออกมา 20 รายนั้นก็น่าตกใจมากครับเพราะมีทั้ง AMD, NVIDIA และ INTEL ครบทั้งสามราย ส่วนรายอื่น ๆ ในรายงานนี้ก็ประกอบไปด้วย American Megatrends International (AMI), ASRock, ASUSTeK Computer, Biostar, EVGA, Getac, GIGABYTE, Huawei, Insyde, Micro-Star International (MSI), Phoenix Technologies, Realtek Semiconductor, SuperMicro และ Toshiba อย่างไรก็ตามรายช่องโหว่เหล่านี้ถูกแจ้งไปยังต้นทางแล้วและหลายส่วนก็ได้รับการแก้ไขแล้ว ใครสนใจต้นฉบับรายงานฉบับย่อสามารถอ่านได้ที่  https://eclypsium.com/wp-content/uploads/2019/08/Screwed-Drivers.pdf


 

เอเอ็มดียืนยัน ยังคงผลิต RX 5700 ซีรีส์ แบบ Reference Design 


หลังจากมีข่าวการเปิดตัวการ์ดจอ RX 5700 ซีรีส์ แบบ Custom Design หรือเป็นดีไซน์จากทางแบรนด์ต่าง ๆ เอง ก็มีข่าวลือออกมาว่าทางเอเอ็มดีจะยุติการผลิต RX 5700 ซีรีส์ ที่เป็นการ์ด Ref. ออกไปจากตลาด ซึ่งข้อมูลนี้ทางเอเอ็มดียืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังมีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่ยังต้องการการ์ดที่เป็นแบบ Ref. แต่ที่ช่วงนี้เห็นน้อยเพราะหนึ่งคือมีจำนวนจำกัด และสองตอนนี้คือทางแบรนด์ต่าง ๆ ก็จะโฟกัสไปที่การ์ดที่ตัวเองดีไซน์กันก่อน เพราะมีการแข่งขันสูง และหลังจากนั้นก็คงจะมีการ์ดแบบ Ref. เข้ามาเสริมเป็นระยะ ๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภูมิภาคแต่ละประเทศด้วยว่ามีความต้องการมากน้อยขนาดไหน นอกจากนี้แล้วทางเอเอ็มดียังเปิดตัวการ์ดจอ RX 600 ซีรีส์ แบบเงียบ ๆ ซึ่งยังคงใช้สถาปัตยกรรม GCN  แต่ว่าไม่ได้มีจำหน่ายในตลาดทั่วไป ออกมาเฉพาะตลาด OEM เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Radeon RX 640, 630, 625, 620 และ 610

 

 

หัวเว่ย เปิดตัว HarmonyOS ในงาน Huawei Developer Conference


หลังจากที่มีข่าวมาเป็นเวลานานว่าทางหัวเว่ยจะมีระบบปฏิบัติการของตนเองเพื่อนำมาใช้งานทดแทนระบบปฏิบัติการอย่าง Android นั้น ก็มีความชัดเจนมากขึ้นมาแล้วเมื่อทางหัวเว่ยได้ประกาศเปิดตัว HarmonyOS ในงาน HDC (Huawei Developer Conference) อย่างไรก็ตามทางหัวเว่ยยังไม่เริ่มใช้ HarmonyOS กับสมาร์ทโฟน แต่จะไปเริ่มต้นที่สมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ก่อน เช่น Smart Watch, Smart TV และรวมไปถึงอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ ภายในบ้านที่เป็นสินค้าอุปโภค เพื่อเป็นการสร้างฐานของอุปกรณ์ให้ได้มากและเร็วที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้จุดเด่นของแอปพลิเคชันบน HarmonyOS ก็คือสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันเพียงครั้งเดียวก็สามารถนำไปใช้บนอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ลดเวลาในการพัฒนาลงไปได้มาก ในความเป็นจริงเราอาจจะยังไม่เห็นอุปกรณ์ที่ใช้ HarmonyOS เร็วนัก แต่ก็คิดว่าหลังจากนี้อีกหนึ่งปีเราน่าจะได้เห็น Ecosystem ของระบบปฏิบัติการตัวนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง