Google เปิดตัวบริการ Stadia อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศราคาและเกมชุดแรกที่จะให้บริการ

Stadia คือบริการการเล่นเกมผ่านระบบสตรีมมิ่งจาก Google โดยที่เครื่องเล่นเกมปลายทางไม่จำเป็นต้องมีสเปคที่สูงเพราะการประมวลผลต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจากทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์แล้วสตรีมข้อมูลเหล่านั้นมายังอุปกรณ์ปลายทาง และตอนนี้ทาง Google ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจ (ในประเทศที่มีบริการ) ให้สามารถสั่งจองชุด "Stadia Founder's Edition" ล่วงหน้าได้แล้วในราคา 129.99 เหรียญสหรัฐฯ โดยจะได้รับอุปกรณ์เหล่านี้ Chromecast Ultra, Stadia Controller, เล่นเกมฟรีสามเดือนแรก หลังจากนั้นจะมีค่าบริการเดือนละ 9.99 เหรียญสหรัฐฯ เริ่มให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2019 ส่วนเกมที่พร้อมให้บริการก็มีดังนี้
• Assassin’s Creed Odyssey
• Baldur’s Gate 3
• Borderlands 3
• Darksiders Genesis
• Destiny 2
• DOOM Eternal
• Dragon Ball Xenoverse 2
• Farming Simulator 19
• Final Fantasy XV
• Football Manager 2020
• Get Packed (coming in 2020)
• GRID
• Gylt
• Just Dance 2020
• Metro Exodus
• Mortal Kombat 11
• NBA 2K
• Power Rangers: Battle For The Grid
• Rage 2
• Samurai Shodown
• The Crew 2
• The Elder Scrolls Online
• Thumper
• Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint
• Tom Clancy’s The Division 2
• Tomb Raider Trilogy
• Trails Rising
• Wolfenstein: Youngblood
ความเร็วในการเชื่อมต่อที่ต้องการนั้นถือว่าน่าสนใจมากครับ ขั้นต่ำต้องการที่ 10Mbps สำหรับการเล่นเกมในระดับ 720p/60fps ส่วนความละเอียด 1080p/60fps ต้องการ 20Mbps รวมถึงรองรับ HDR และเสียงแบบ 5.1 อีกด้วย และถ้าต้องการเล่นที่ความละเอียด 4K/60fps HDR พร้อมเสียง 5.1 ก็ยังต้องการ Bandwidth เพียง 35Mbps เท่านั้น ซึ่งโดยรวมถือว่าไม่สูงสำหรับความเร็วในการเชื่อมต่อในยุคปัจจุบัน แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ Latency ที่แฝงอยู่ในระหว่างการสตรีมมิ่งข้อมูลมากกว่าที่มีค่ามากหรือน้อย และเรื่องนี้กลับเป็นเรื่องที่ยากกว่าที่จะทำให้มี Latency ที่ต่ำเนื่องจากสภาพแวดล้อม
ในการที่ Google เปิดตัวบริการ Stadia อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศราคาและเกมชุดแรกที่จะให้บริการ อย่างไรก็ตามแม้ Stadia ยังไม่เปิดให้บริการในบ้านเรา แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างมากว่า Google จะทำได้สำเร็จหรือไม่ ประสบการณ์ในการเล่นเกมสตรีมผ่านคลาวด์เป็นอย่างไร เพราะถ้าดูรายชื่อเกมแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นเกมที่ต้องการพลังการประมวลผล จากซีพียูและกราฟิกการ์ดที่ค่อนข้างสูง ถ้าสิ่งนี้สำเร็จมันก็จะเป็นการพลิกโฉมหน้าครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมเกมอย่างแน่นอน รวมไปถึงความต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : Google