เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาสำหรับ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus สมาร์ตโฟนระดับเรือธงสองรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ที่มาพร้อมกับสเปคและคุณสมบัติภายในเครื่องที่ได้รับการอัพเกรดให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว
สเปค iPhone 6s และ iPhone 6 Plus
* ขนาดตัวเครื่อง 138.3 x 67.1 x 7.1 มม. น้ำหนัก 143 กรัม (iPhone 6s) ขนาดตัวเครื่อง 158.2 x 77.9 x 7.3 มม. น้ำหนัก 192 กรัม (iPhone 6s Plus)
* ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศและมีความแข็งแกร่งกว่าเดิม
* หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วความละเอียด 1,334 x 750 พิกเซล, 326 ppi (iPhone 6s) หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด 1,920 x 1,080 พิกเซล, 401 ppi (iPhone 6s Plus)
* หน้าจอรองรับระบบแยกน้ำหนักการสัมผัสเทคโนโลยี 3D Touch สามารถแตะค้างที่ไอคอนหรือข้อความเพื่อดูพรีวิวหรือเข้าถึงทางลัดได้ทันที
* ชิปเซ็ต A9 ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้น 70%, GPU เร็วขึ้น 90%
* ความจุ 16GB/64GB/128GB
* ระบบปฏิบัติการ iOS 9 เวอร์ชั่นล่าสุด
* ระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID 2nd Gen
* สามารถสั่งงาน Siri ได้ทันทีโดยไม่ต้องแตะปุ่ม Home หรือเปิดหน้าจอ
* กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.2 รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดระดับ 4K (30 fps) รองรับการถ่ายภาพแบบ LIve Photos บันทึกวินาทีก่อนและหลังจะกดชัตเตอร์ทำให้ภาพสามารถเคลื่อนไหวได้
* กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.2 รองรับ Retina Flash ใช้แสงจากหน้าจอแทนแฟลชถ่ายรูปเซลฟี่
* รองรับ 4G LTE-Advanced ความเร็วสูงสุด 300Mbps รองรับ 23 ย่านความถี่ LTE
* รองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac พร้อม MIMO ความเร็วสูงสุด 866Mbps
* รองรับ Bluetooth 4.2
* รองรับ NFC สำหรับ Apple Pay
* เริ่มเปิดจองวันที่ 12 กันยายน วางจำหน่ายในประเทศกลุ่มแรกวันที่ 25 กันยายน
* ประเทศกลุ่มแรกที่จะวางจำหน่าย iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ประกอบด้วยออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, เปอร์โตริโก, สิงคโปร์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา
* มีวางจำหน่ายทั้งหมด 4 สีคือสีเงิน Silver, สีทอง Gold, สีเทาดำ Space Grey, สีทองกุหลาบ Rose Gold





